วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ทำงานกับคอมพิวเตอร์อย่างมีความสุข

ทำงานกับ
คอมพิวเตอร์
อย่างมีความสุข

          ปัจจุบันเราจำเป็นต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์กันเป็นเวลานานๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกแบบ การทำงาน รวมทั้งการเรียน หรือการพักผ่อน หาความรู้ ท่องโลกอินเทอร์เน็ต หากแต่ถ้าเราทำงานกับคอมพิวเตอร์อย่างไม่ถูกสุขลักษณะ ก็จะก่อให้เกิดปัญหาในร่างกาย เช่น ภาวะปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง เอ็นอักเสบ หรือวุ้นในตาเสื่อม เป็นต้น ลองนำ 10 วิธี ดังต่อไปนี้ไปลองปฏิบัติดู จะทำให้คุณสามารถทำงานกับคอมพิวเตอร์ได้อย่างมีความสุขครับ

  • ควรตรวจสายตาก่อนทำงานที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ และตรวจวัดสายตาซ้ำเป็นระยะๆ
  • ผู้ที่แพ้แสงสว่าง ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนปฏิบัติงานร่วมกับคอมพิวเตอร์
  • ควรเปลี่ยนอิริยาบถ หรือยืดกล้ามเนื้อเป็นระยะๆ ไม่ควรนั่งทำงานกับคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานเกินไป
  • จอจัดแสงที่จอแสดงภาพ (Monitor) ควรเหมาะสม คือไม่ควรมีแสงกระพริบ หรือวูบวาบ และควรมีความสว่างหรือความเข้มของแสงที่เหมาะสม คือ ควรปรับให้ไม่สว่างหรือมืดเกินไป
  • ระยะจากสายตามายังจอคอมพิวเตอร์ ควรมีมุมก้มประมาณ 20 องศา ระยะห่ง 18-22 นิ้ว
  • การว่างตำแน่งมือที่แป้นพิมพ์ ข้อศอก ควรตั้งฉากกับลำตัว (ประมาณ 90-120 องศา) เพื่อลดแรงยกที่หัวไหล่
  • การจัด MOUSE ไม่ควรให้ข้อมืออยู่ในตำแหนงที่บิดเอียงหรือบิดน้อยที่สุด
  • เก้าอี้ ควรสามารถปรับระดับสูงต่ำ ตามสรีระของผู้ใช้งานได้ และต้องมีพนักพิงที่ปรับระดับได้ และที่พักแขนส่วนเบาะรองนั่งควรมีลักษณะโค้างลาดลง ไม่เป็นสันคม และไม่กดที่ใต้ตำแหน่งของเบ่า
  • จอแสดงภาพต้องสามารถปรับมุมก้มเงย หรือเอีงได้
  • หากปวดกล้าเนื้อหรือเอ็นเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์




------------------------------------------------------
โทรศัพท์ 0-7566-8143

วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2559

แรงงานจังหวัดกระบี่ นำข้าราชการ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่ ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม 2559

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2559 นางอมรวรรณ ช่วงเพ็ชจินดา แรงงานจังหวัดกระบี่
นำข้าราชการและเจ้าหน้าที่ สำนักงานแรงงานจังหวัดกระบี่
ร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 12 สิงหาคม 2559

-------------ภาพกิจกรรม-------------

วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559

การเข้าถึงการประกันสังคมของแรงงานชาวฟิลิปปินส์ที่ไปทำงานต่างประเทศ!!

ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีระบบประกันสังคมยางนานที่สุดประเทศหนึ่งในอาเซียน โดยเริ่มบังคับใช้กฎหมายประกันสังคมฉบับแรก เมื่อ พ.ศ. 2497 หรือว่า 60 ปีมาแล้ว และเป็นแบบอย่างที่ประเทศไทยได้เรียนรู้และนำมาปรับใช้กับระบบประกันสังคมไทย ความก้าวหน้าของประเทศฟิลิปปินส์อีกประการหนึ่งคือ ความคุ้มครองที่ฟิลิปปินส์จัดให้กับแรงงานชาวฟิลิปปส์ที่ไปทำงานต่างประเทศ

ฟิลิปปินส์มีประชากร 98 ล้านคน ในขณะที่แรงงานชาวฟิลิปปส์ที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศ มีจำนวนทั้งสิ้น 10.24 ล้านคน ในจำนวนนี้ทำงานภาคพื้นดิน 9.87 ล้านคน (96.4%) ทำงานทางทะเล 367,166 คน (36%) ประเทศที่ชาวฟิลิปปินส์ไปทำงานมี 218 ประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ในทวีปอเมริกา (เป็นการถาวร) และตะวันออกกลาง (เป็นการชั่วคราว) ชวฟิลิปปินส์ที่มีถิ่นพำนักถาวรในต่างประเทศมีจำนวน 4.87 ล้านคน และมีถิ่นพำนักชั่วคราว โดยเป็นแรงงานที่มีสัญญาจ้าง จำนวน 3.84 ล้านคน และทำงานแบบไม่ปกติ (อาจเป็นแรงงานผิดกฎหมาย) 1.16 ล้านคน ปัจจัยที่ทำให้ชาวฟิลิปปินส์ต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศสืบเนื่องจากสภาพความยากจนอันเป็นผลมาจากภัยธรรมชาติรุนแรง จากสถิติขององค์ Weather Underground ครั้งหนึ่งของพายะที่ถูกจัดว่ารุนแรงที่สุดในโลกที่ซัดขึ้นฝั่งในศตวรรษที่ 20 และ 21 เกิดขึ้นที่ฟิลิปปินส์

วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ตั้งแต่ 2 กรกฎาคม 2559 นายจ้าง/ผู้ประกันตน ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น

          ด้วยนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดให้มีการกระจายอำนาจเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณะได้รวดเร็ว ประหยัด และสะดวก โดยให้หน่วยงานภาครัฐยกระดับการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐ และสร้างเครือข่ายตัวแทนภาครัฐในการให้บริการประชาชน สำนักงานประกันสังคมได้ตระหนักถึงนโยบายรัฐบาลโดยเพิ่มช่องทางให้นายจ้างและผู้ประกันตนสามารถใช้บริการชำระเงินสมทบผ่านระบบธนาคารและหน่วยบริการที่เป็นตัวแทนของสำนักงานประกันสังคม แทนการชำระเงิน ณ สำนักงานประกันสังคมตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้น และตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2558 เห็นชอบในหลักการแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan) โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาระบบการชำระเงินของประเทศไทยเข้าสู่ระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างครบวงจร

          ด้วยความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางของนายจ้าง ผู้ประกันตน และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา สำนักงานประกันสังคมจึงมีนโยบายให้นายจ้าง ผู้ประกันตนชำระเงินสมทบผ่านระบบธนาคารและหน่วยบริการที่เป็นตัวแทนของสำนักงานประกันสังคม แทนการชำระเงิน ณ สำนักงานประกันสังคม ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 เป็นต้นไป โดยนายจ้างและผู้ประกันตนสามารถเลือกช่องทางการชำระเงินได้ ดังนี้